ไม่ได้เป็นแหม่มจ๋าอะไรแต่เรียกมาดามให้มันเท่ๆเล่นๆ เป็นแค่หญิงตัวโตๆคนนึงที่โดนเหวี่ยงมาอยู่ถึงฮอลแลนด์ เวลาว่างก็เยอะแยะเพราะไม่มีห้างให้เสียเวลาไปเดินเล่น งานอดิเรกมากมายจึงกลายมาเป็นงานที่ทำได้บ่อยๆและมีความสุขที่จะทำ
Tuesday, December 31, 2013
31 ธันวาคม วันสุดท้ายแห่งปี 2013
วันนี้วันสุดท้ายของปีนี้ เข้ามาอัพบลอคเสียหน่อยไม่งั้นเวลาผ่านไปแล้วย้อนไม่ได้อีก ชอบนั่งย้อนนึกไปว่าตั้งแต่เดือนมกราคมเราทำอะไรมาบ้าง ดีไหม ไม่ดีไหม แก้ไขอย่างไรดีคราวหน้า มีอะไรประทับใจ มีอะไรที่เสียใจไหม มันก็อัพแอนดาวน์มาทั้งปี มันก็ชีวิต จริงๆแล้วมันก็เป็นเรื่องธรรมดานะ เพียงแต่คนเราชอบคิดว่าเวลามันทุกข์มันไม่ธรรมดา มันต้องสุขถึงจะธรรมดา ก็เลยงัดข้อกันแบบนี้ จิตใจก็เลยหาความสุขไม่ได้เพราะรับไม่ได้ว่าเดี๋ยวมันก็จะผ่านไปอีกครา
และแล้ววันนี้ก็กำลังจะผ่านไป อีกสี่ชั่วโมงก็จะปีใหม่แล้ว แต่ที่เมืองไทยผ่านปีใหม่มาสองชั่วโมงแล้วล่ะ
วันก่อนไปมีตติ้งกับเพื่อนสาวหลายคนในฮอลแลนด์ ของกินอร่อยๆมากมาย เสียดายมีแค่กระเพาะเดียว ทั้งยัดท้้งดัน ได้แค่นั้น สาวๆชอบใจเค้กมากมาย หอบกลับบ้านกันด้วย น้องปูทำเค้กโรลมาสมทบ พี่โจชอบมาก เค้กเมียไม่กิน กินเค้กเพื่อนเมีย
เด็กๆเยอะแยะเลย
บรรยากาศริมบึงโขงบ้านน้ำเสื้อม
สวยๆกันทุกคน
คนนี้หน้าบานดีใจได้กินของอร่อย
ชอบภาพนี้จุง น้องเจี๊ยบถ่ายไว้ มีสายตาหวานเชื่อมพี่โจประกอบฉาก มองงี้ไปจนแก่นะ ฮึ่ม
วันนี้บ่ายๆเลยทอดโอลี่บอล แจกเพื่อนบ้านสองหลังเพราะมันเยอะเกิน กินคนเดียวอ้วนนะ ไปบังคับพี่โจให้กินด้วย ยังเหลือเยอะแยะ แต่ชอบทอด สนุกจัง
ปิดท้ายมื้อสุดท้ายของปีนี้ด้วยปิ้งย่างสองคน พี่โจชอบปิ้งๆย่างๆ เมียรอกินอย่างเดียว
ผ่านไปแล้วอีกปี ปีหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้น ดีหรือร้าย ขอให้สติอยู่กับตัวตลอดไปเพราะถ้ามีสติ ก็มีสตางค์ เย้ย ไม่ใช่ๆ ถ้ามีสติก็จัดการได้ทุกอย่างไม่ว่าจะร้ายหรือดี ดาหน้าเข้ามาเถอะ
Wednesday, December 11, 2013
Brownie
นานแล้วที่ไม่ได้ทำบราวนี่เลย เพิ่งได้ซื้อพิมพ์ใหม่มาขนาดกำลังพอเหมาะสำหรับบราวนี่ แถมช็อคโกแลตในตู้เย็นก็แช่อยู่สักพัก ยังไม่มีการบ้านให้ มาวันนี้จัดเลยละกัน ได้หยุดสามสี่วัน ทำขนมให้เบื่อกันไปข้างหนึ่งเลย
หาสูตรบราวนี่บนอินเตอเนตที่ถูกใจจนได้มาหนึ่งสูตร ส่วนตัวชอบแบบหนึบๆเหนียวๆ คิดว่าสูตรนี้น่าจะโอเคน่ะ แต่เมื่อออกมาก็ยังไม่ถูกใจเสียทีเดียว รสชาติอร่อยใช้ได้ หน้ากรอบแต่ข้างในยังร่วนไปนิดนึง ขนาดว่าอบไม่นานเท่าเจ้าของสูตรนะคะ สงสัยต้องลองทำอีกหลายๆสูตรเสียแล้ว
เป็นเรื่องปกติที่กว่าขนมจะได้ออกมาลงตัวถูกใจตัวเอง ก็ต้องลองผิดลองถูก บางทีก็หลายครั้งกว่าจะเข้าที่ วันนี้แอบเห็นวอลนัทเหลือติดบ้านอยู่หน่อยเลยใส่ลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความมันให้กับบราวนี่ของเรา
สรุปว่า ยังหนึบไม่สะใจคนทำเลยค่ะ เดี๋ยวถ้าเจอแบบหนึบๆเหมือนข้าวตู จะเอามาลงใหม่นะคะ
นานแล้วที่ไม่ได้ทำบราวนี่เลย เพิ่งได้ซื้อพิมพ์ใหม่มาขนาดกำลังพอเหมาะสำหรับบราวนี่ แถมช็อคโกแลตในตู้เย็นก็แช่อยู่สักพัก ยังไม่มีการบ้านให้ มาวันนี้จัดเลยละกัน ได้หยุดสามสี่วัน ทำขนมให้เบื่อกันไปข้างหนึ่งเลย
หาสูตรบราวนี่บนอินเตอเนตที่ถูกใจจนได้มาหนึ่งสูตร ส่วนตัวชอบแบบหนึบๆเหนียวๆ คิดว่าสูตรนี้น่าจะโอเคน่ะ แต่เมื่อออกมาก็ยังไม่ถูกใจเสียทีเดียว รสชาติอร่อยใช้ได้ หน้ากรอบแต่ข้างในยังร่วนไปนิดนึง ขนาดว่าอบไม่นานเท่าเจ้าของสูตรนะคะ สงสัยต้องลองทำอีกหลายๆสูตรเสียแล้ว
เป็นเรื่องปกติที่กว่าขนมจะได้ออกมาลงตัวถูกใจตัวเอง ก็ต้องลองผิดลองถูก บางทีก็หลายครั้งกว่าจะเข้าที่ วันนี้แอบเห็นวอลนัทเหลือติดบ้านอยู่หน่อยเลยใส่ลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความมันให้กับบราวนี่ของเรา
อบแล้วสังเกตหน้าจะกรอบ
ตัดเป็นชิ้นๆ
ภาพสุดท้ายแล้วค่ะ อันนี้ตัดเป็นชิ้นเล็กๆแบบให้ผู้ดีรับประทาน ผู้ดีนี่โชคร้ายจริง จะกินเยอะๆคนก็แขวะว่าไม่ใช่ผู้ดี เลยได้อะไรน้อยๆประจำ
Tuesday, December 10, 2013
2013 กำลังจะผ่านไปอีกปี
เดือนธันวาคม เดือนสุดท้ายของปีนี้ 2013 แล้วนะคะ ปีหนึ่งๆผ่านไปเร็วจริงๆ นั่งนึกย้อนไปเมื่อต้นปีว่าทำอะไรมาบ้างแต่ละเดือนๆแล้ว เหมือนผ่านไปเมื่อวานนี้เอง เดือนนี้ได้หยุดหลายวัน ก็รื้อของในตู้มาดู บางอย่างใกล้ถึงวันหมดอายุ ก็เลยต้องเปิดเตาจัดการของเก่าก่อนจะหมดปีนี้ดีกว่า
นี่เลย ชาเขียว อุตส่าห์หอบหิ้วมาจากเมืองไทย ไม่ได้ทำเสียที วันก่อนว่างๆ เลยจัดการชิฟฟ่อนชาเขียวสักก้อน สูตรแม่ปูขาเก อร่อยเนื้อแน่นๆ
พอดีว่ามีอัลมอลด์เคลือบคาราเมลเหลือติดตู้ ก็เลยโรยไปเสียด้วยเลย อืม เพิ่มรสชาดให้เข้มข้นไปอีกหน่อย เดี๋ยวตัดเนื้อในดูนะ
รสชาดหวานกำลังดีเพราะลดน้ำตาลลงไปจากสูตรเดิม เนื้อนุ่มๆ ไม่เบาเกินไม่แน่นไป ถูกใจมากๆ มีโกโก้ร้อนสักแก้วหรือชาเขียวร้อนๆ เข้ากั๊นเข้ากันค่ะ
Monday, November 4, 2013
Happy Birth Day Johan :))
ทุกปีช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เราจะเตรียมทำเค้กสามสี่ชนิด เพื่อให้พี่โจเอาไปแจกเพื่อนที่ทำงานในวันเกิดที่ 3 พฤศจิกายน ของทุกปี ที่ฮอลแลนด์มันเป็นธรรมเนียมที่เพื่อนที่ทำงานจะนำขนมมาเลี้ยงเพื่อนร่วมงาน ผลัดกันไปแต่ละวันเกิดแต่ละคน ส่วนมากเค้กที่ทำจะเป็นเค้กที่ไม่สามารถหาซื้อง่ายๆที่เบเกอรี่ที่นี่ได้ ปีนี้ฉลากที่ออกคือ แตน แต๊น แตนนนน
เค้กกาแฟ แต่งด้วยบัตเตอร์ครีมโรยด้วยอัลมอนด์คาราเมล ภายในโรยด้วยช๊อคโกแลตรสมอคค่า เค้กตัวนี้ ริชๆมากค่า
อันนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่แต่งให้หรูหราขึ้นด้วยช๊อคโกแลตบางเฉียบจากร้านเบเกอรี่ชื่อดัง ยังไม่ทันจะเคี้ยวก็ละลายในปากแล้ว แต่งหน้าทาปากผูกโบว์นิดหน่อย หน้าตาก็ไปเดทที่โอเรียลเตลได้แล้ว
สาวงามรายต่อไป เป็นชีสเค้ก นานหลายปีที่ไม่ได้ทำชีสเค้ก ปีนี้คันมือคันไม้เลยต้องจัดการเสียหน่อย สูตรคุณลูกสนนี้ดีมากมาย ทำแล้วหน้าไม่แตก ไม่ต้องลุ้นเหงื่อแตก แล้วได้ขนาดเล็กๆคือ พิมพ์ 8 นิ้ว กำลังดีเลยค่ะ
รายสุดท้าย คือชิฟฟ่อนเค้กกลิ่นมะนาวธรรมดาแต่แต่งด้วยบัตเตอร์ครีมและแยมสตรอแบรี่และสตรอแบรี่สดๆ เผื่อสำหรับคนที่ไม่ชอบ ริชๆ ก็เลือกตัวนี้รับประทานได้ จะได้ไม่รู้สึกผิดต่อตัวเองมากนัก
พี่โจเมลมาบอกจากที่ทำงานว่า ทุกคนชอบกันมากมาย บางคนขอเบิ้ลแน่ะ ยืนขาแข็งในครัวสองวัน ก็เลยหายเหนื่อยวันนี้เลย เห็นคนกินมีความสุขและชอบเค้กเรา เราก็ปลื้มแล้ว นี่ของยังเหลืออีกหลายอย่าง ได้ทำอีกเร็วนี้แน่เลย
Monday, October 28, 2013
เทศกาลเค้กเริ่มอีกแล้ว
เดือนแห่งการทำเค้กมาถึงแล้ว เพราะเป็นวันเกิดของเรา ตามมาด้วยของพี่โจ ทำทีก็สามสี่ก้อน เอาไปเลี้ยงที่ทำงาน ธรรมเนียมที่นี่ เจ้าของวันเกิดจะเลี้ยงขนมเพื่อนร่วมงาน สลับกันไป เดือนไหนไม่มีใครเกิด ก็หงอย อดกิน
คราวนี้ก็ทำเค้กกาแฟ เค้กยอดฮิตของคนรักกาแฟ แต่แต่งหน้าตาให้ไฮโซหน่อย
อันต่อมานี่คือ เครปเค้ก แต่หน้าด้วยวิปครีมและซอสสตรแบรี่ที่ทำเองเช่นกัน
อันสุดท้ายนี่ก็เค้กกาแฟแต่ลองบีบลายกุหลาบดู ไม่ค่อยสวยเท่าใจต้องการ มือมันไม่นิ่ง เดี๋ยวคราวหน้าลองใหม่ เร็วๆนี้ล่ะ
คราวนี้ก็ทำเค้กกาแฟ เค้กยอดฮิตของคนรักกาแฟ แต่แต่งหน้าตาให้ไฮโซหน่อย
อันต่อมานี่คือ เครปเค้ก แต่หน้าด้วยวิปครีมและซอสสตรแบรี่ที่ทำเองเช่นกัน
อันสุดท้ายนี่ก็เค้กกาแฟแต่ลองบีบลายกุหลาบดู ไม่ค่อยสวยเท่าใจต้องการ มือมันไม่นิ่ง เดี๋ยวคราวหน้าลองใหม่ เร็วๆนี้ล่ะ
Wednesday, July 31, 2013
เกี๊ยวน้ำ อาหารกลางวันเบาๆ
เมื่อวานไปโตโกมา ก็เลยซื้อผักตระกูลเดียวกับกวางตุ้งบ้านเรา มาสามสี่กำ อยากทำเกี๊ยวน้ำกิน ไมได้ทำนานแล้ว เป็นอาหารที่ทำง่ายๆ เสร็จทันใจ ถ้ามีเครื่องเคียงทุกอย่างครบ ก่อนอื่นเราก็ต้องเอาหมูลงปั่นเสียก่อน แบบนี้
จากนั้นก็เอามาใส่เครื่องปรุง เราใส่เกลือ น้ำมันงา แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา กระเทียมนี่ปั่นลงไปด้วย พริกไทยใครจะใส่ด้วยก็ได้ ถ้ามีเห็ดหอมก็ใส่ด้วยก็หรูขึ้นมาอีกนิด แต่วันนี้ขี้เกียจนะ เห็ดยังแข็งโป๊กอยู่เลย ไม่ได้แช่น้ำ ไม่รอละวุ้ย
จากนั้นก็เอามาห่อใส่แป้งเกี๊ยว แป้งนี้ต้องเลือกชนิดที่ใช้สำหรับทำเกี๊ยวน้ำ ไม่ใช่ชนิดที่ใช้ทอดนะ ความหนาของแป้งจะต่างกันจ้ะ ห่อแล้วก็ได้หน้าตาแบบนี้
กระเทียมเจียว ขาดไม่ได้นะ กำลังทอดกระเทียม พี่โจเข้าบ้านมาพอดี ชะงักยังกะแด๊กกูล่าเจอกระเทียม เอามือบีบจมูกวิ่งหนีไปเลย
อร่อยหรือไม่ ไม่รู้ หมดไปอย่างรวดเร็ว นังหนูอิซูมิ น้องหมา มองตาปริบๆ ไม่เหลือถึงเธอสักนิด
Sunday, July 28, 2013
อุตริจะขายหมูปิ้ง
ปี 2542 จำได้ว่าตอนนั้นงานไม่เยอะ ขึ้นเวรเดียวไม่มีควงเวร 16 ชั่วโมงทำให้มีเวลาว่างเยอะเริ่มฟุ้งซ่าน เลยปิ๊งไอเดียขายของที่ตลาดนัดแถวบ้านน้องผู้ช่วยดีกว่า ไม่ได้การล่ะ หาผู้ร่วมโครงการ ได้มาสามคน หนึ่งไดเรคเทอ อิชั้นเองฮ่ะ สองคือน้องพยาบาล สามคือน้องผู้ช่วย เขาเช่าแฟลตการเคหะตรงแจ้งวัฒนะเพื่ออยู่อาศัย บริเวณนั้น จะมีตลาดนัดตอนเย็นทุกวันอะไรจำไม่ได้แล้ว ค่าเช่าที่ 20 บาท ตกลงกันว่าเราจะเริ่มกันพฤหัสนี้
ไอ้ความมั่นใจในตัวเองสูงมากนี่ไม่ใช่ว่าจะดีทุกทีไปนะ เกิดมายังไม่เคยหมักหมูปิ้งเลย กะหมักครั้งเดียวขาย จัดการแล่หมู หมักเครื่องปรุงแล้วใส่สับปะรดเพราะรู้ว่ามามันทำให้เนื้อนุ่ม ใส่ไปชิ้นนึง เอ เดี๋ยวไม่นุ่มเอ้าอีกชิ้นละกัน ใส่ไปใส่มาหมดสามชิ้น อูย เนื้อต้องนุ่มแน่ๆ
เย็นนั้นหอบข้าวของไปแฟลตน้อง น้องเขาไปยืมโต๊ะของคนข้างห้องมากาง หอบเอาเตาถ่าน ถ่าน ของกระจุกกระจิก ส่วนน้องพยาบาลโทรมาบอกด้วยความเสียดายว่ามาไม่ได้เพราะเพื่อนป่วยต้องขึ้นเวรแทน แล้วก็บ่นๆว่าเสียดายๆอยากมาช่วยขายมากๆเลย เราปลอบไปว่าไม่เป็นไรนะ เอาหมูยอมาเสริมขายก็ดีแล้ว
กว่าจะหาที่ได้ลงตัวก็แบกโต๊ะเร่ไปมา อย่างหน้าอดสู ได้ตรงไหนไม่ได้ดั๊นมาตั้งปุ๊ข้างแขกอิสลามขายขนมกุ่ยช่ายเห็นบังหน้าเข้มเหล่ๆ ตั้งแต่เรามาแล้ว คนที่ขายประจำจะรู้ว่าคนใหม่คือคนไหน เราพยายามเก๊กท่าให้มันดูคล่องแต่มันดันดูน่าข้องใจมากกว่าว่าจะรอดไหม เพราะเริ่มตั้งแต่ติดเตาถ่านก็ไม่ติดเสียแล้ว บังทนไม่ไหวเลยให้คำแนะนำในการจุดเตา โหย ตอนนั้นนะ เหงื่อแตกเต็มตัวเพราะตื่นเต้นหรือเพราะร้อนก็ไม่รู้ เอาล่ะ เตาติดแล้ว ต่อไปควักเอาหมูที่เสียบไว้ออกมาปิ้ง ค่อยๆวางๆ เวลาผ่านไปสักพัก หมูที่เสียบอยู่บนไม้ค่อยๆหลอมตัว แล้วหล่นปุ๊ลงไปที่เตาทีละไม้อย่างช้าๆ เรากับน้องผู้ช่วยตอนนั้นกำลังเกิดอาการอยากจะมุดหายไปจากโลกจริงๆ เกิดอะไรขึ้นกับหมูของเราวะพอไปพลิกหมูที่เหลือดูในกล่องถึงได้รู้ว่า สัปะรดได้ทำการย่อยหมูจนเละไปหมดแล้ว ไอ้ที่ปิ้งได้จนรอดอุตส่าห์เอาขึ้นมาวางบนถาดหกเจ็ดไม้ เวลาคนเดินผ่านไปมา มองแล้วทำหน้าเหวอ บางคนขมวดคิ้ว คงสงสัยว่ามันขายอะไรกันวะ บางคนก็มาขอซื้อหมูยอ แล้วเหลือบดูหมูปิ้งในถาดด้วยอาการข้องใจ ตอนนั้นขอบอกว่า ถ้ามีรูก็จะมุดหายทิ้งไอ้นอ้งผู้ช่วยไว้คนเดียว ตอนนั้นบังก็ทำหน้าสังเวชสุดชีวิต ตั้งหน้าทอดกุ่ยช่ายต่อไป
ตอนนั้นไม่รู้จะทำไงถึงจะรอดไปจากตรงนั้นได้ เลยนึกแผนการนึงขึ้นมาได้ แอบส่งซิคว่าชั้นจะเล่นละคร เล่นตามนะเว้ยทำเป็นหยิบโทรศัพท์แล้วพูดคนเดียว “จริงๆเหรอ แล้วเป็นไงบ้าง ตายจริง ได้ได้ จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ “ ไอ้น้องผู้ช่วยก็ทำเป็นละล่ำละลักถาม พี่ๆ มีเรื่องด่วนเหรอ ทำไงล่ะ ต้องรีบไปหรือเปล่า เราก็รับเลย อยู่ไม่ได้แล้วเอ็ง แม่ข้ามีเรื่องเก็บของเร็วเข้า ระหว่างพูดก็ทำพูดดังมากๆ เพื่อให้คนที่ขายข้างๆได้ยินว่า ที่เก็บก่อนนี่ไม่ใช่ขายไม่ได้นาเฟ้ย มันมีเรื่องต่างหาก หันไปบ่นกับอาบัง แย่จัง มาขายวันแรกก็มีเรื่องเสียแล้ว อาบังทำหน้าแบบ ไม่มีเรื่องเอ็งก็คงจะขายได้หรอกนะ ...
เรื่อง ขายหมูปิ้งนี้ ถ้าพูดขึ้นมาทีไร ได้หัวเราท้องแข็งทุกที หมูที่เหลือเป็นกิโลนั้น เชื่อหรือเปล่าว่าเอาไปทำสุกแล้วให้น้องหมาข้างแฟลตกิน มันเดินหนีเฉยเลย
ไอ้น้องพยาบาลโทรมาหา พอรู้เรื่องราวทั้งหมดก็บอกว่า โห พี่ หนูรู้สึกโชคดียังไงไม่รู้ที่ต้องขึ้นเวรด่วน ดูๆ ดูมันพูดเข้า...
อีก4-5 ปีต่อมา เมื่อต้องมาอยู่ต่างแดน นึกอยากกินหมูปิ้งและข้าวเหนียว ต้องลงมือทำเอง ใจจะนึกถึงเรื่องราวปีนั้นไม่เคยลืม ทำให้ยิ้มและหัวเราะน้ำหูน้ำตาร่วงได้ทุกครั้ง
Znojmo Czech Replublic June 2013
ปลายมิถุนายน ปีนี้ได้มีโอกาสไปเที่ยวประเทศเชครีพับบลิค ตามคำเชิญของเพื่อนรักของคุณสามี ซึ่งได้เชิญมาหลายปีแล้ว แต่ไม่สบโอกาสเสียที บ้านของเพื่อนคนนี้อยู่ที่เมือง Znojmo ออกเสียงว่า สนอยโม เป็นเมืองอยู่ค่อนไปทางใต้ของเชค ห่างจากปราก 300 กิโลเมตร ห่างจากเวียนนา ออสเตรียแค่ 60 กิโลเมตร
บ้านของมาตินปลูกอยู่บนเนื้อที่ราวๆ เกือบหนึ่งไร ด้านหลังของบ้านเป็นเนื้อที่สำหรับปลูกต้นไม้และผลไม้บางอย่าง มีสตรอแบรี่ เชอรี่ แอพพริคอต เป็นต้น ตอนไปถึง สตรอแบรี่กำลังสุกงอมเยอะมาก เรียกว่ากินได้จากต้นสดๆ กันเลย กินจนจุก เจ้าบ้านเก็บเอามาทำแยมและทำเป็นซอสเก็บไว้กินช่วงหน้าหนาวด้วย
พักอยู่บ้านมาตินสี่คืน มาตินพาไปเที่ยวรอบๆเมืองสนอยโม มีสถานที่ให้คนมาพักผ่อนหย่อนใจเยอะ มีปราสาทสวยๆหลายที่ แต่ได้ไปเยี่ยมชมสองสามที่ สนอยโมเป็นเมืองผ่านที่สำคัญในสมัยก่อน เพราะการที่จะไปปราก หรือจากปรากไปเวียนนา ต้องผ่านเมืองนี้ จึงนับว่าเมืองนี้มีความสำคัญในทางการเมืองและเศรษฐกิจอยู่ไม่น้อยเลย
เส้นทางระหว่างเมืองต่อเมือง เราจะเห็นต้นเชอรี่ขึ้นเต็มไปหมด นักท่องเที่ยวสามารถจอดรถเด็ดเชอรี่กินได้ตามสบาย พวกขี่จักรยานก็จอดจักรยานพักเหนื่อยเด็ดเชอรี่กินแก้กระหาย มาตินเล่าว่า สมัยก่อนโน้น กษัตริย์ได้มีดำริให้ปลูกผลไม้ข้างทางไว้ เพื่อที่ว่าประชาชนของท่าน จะได้ไม่อดอยากในช่วงเดินทางจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง สมัยก่อน เดินทางด้วยเท้า ม้า วัว การเดินทางก็ใช้เวลานานกว่าสมัยนี้ แถมไม่มีมินิมาร์ทให้เข้าไปซื้อซาลาเปามากินเสียด้วย ไอเดียกิ๊บเก๋ของกษัติรย์พระองค์นั้นยังคงสืบต่อมาถึงทุกวันนี้ เพราะเชคไม่มีระบอบกษัติรย์เสียแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังส่งเสริมความคิดนี้ต่อๆมา โดยปลูกเชอรี่ทดแทนต้นที่เก่าและตายไปอยู่เสมอ
ปราสาทฟรานอฟ ตั้งอยู่บนเขาสูง พวกเราจอดรถไว้แล้วเดินเลาะไปด้านข้าง ผ่านป่าครึ้ม ได้ยินเสียงนกร้องเป็นระยะ ๆ ระยะทางประมาณ 500 เมตร เดินในระดับขึ้นชันแต่ไม่ถึงกับรู้สึกเหนื่อยเกินไป
จากนั้นเราได้ไปแวะเขื่อน วันนั้นอากาศดี แดดแรง ฝรั่งมังค่ามานอนอาบแดด เล่นน้ำ พักผ่อนกันเยอะแยะ บ้างก็นั่งจิบกาแฟ ที่เทอเรซร้านอาหารมองวิว มองผู้คน เชคเป็นประเทศไม่มีเขตติดกับทะเล จึงมีเพียงเขื่อน หรือแม่น้ำที่พอจะหาความสำราญได้
สองคืนสุดท้ายเรากับพี่โจไปเยี่ยมเยือนปราก พี่โจมาบ่อยแต่สำหรับเรามันคือครั้งแรก ปรากเป็นเมืองที่มีตึกรามบ้านช่องที่ถูกบูรณะไว้อย่างดี มีการเพ้นท์ภาพบนกำแพงตึกบางตึกด้วย แสดงให้เห็นถึงความวิจิตรบรรจงของคนสมัยก่อน บวกกับเวลาทีเหลือเฟือ วันที่เราไปโชคไม่ดีนัก ฝนตก ฟ้าครึ่ม ภาพที่ได้จึงเป็นบรรยากาศอีกแบบของเมืองปราก
สำหรับเราการมาเชครีพับบลิคครั้งแรก มีความประทับใจ อาหารการกินถูกปาก ผู้คนก็เป็นมิตร และดูง่ายๆสบายๆ กว่าคนในยุโรปตะวันตก เกือบๆจะคล้ายคนไทยเลยทีเดียว ปรากสำหรับเราเป็นเมืองสวยแต่แค่ครั้งเดียวก็พอแล้ว คราวหน้า ถ้ามีโอากาสก็จะขอไปเที่ยวเมืองอื่นๆในเชคบ้าง
มาตินและคุณพ่อของเขา ต้อนรับพวกเราดีมาก เราได้มีโอกาสทำอาหารไทยให้เขาลองชิม ติดใจกันใหญ่ มาตินก็ประทับใจมากที่พวกเราเป็นแขกแต่ทำตัวไม่เหมือนแขก เพราะว่าแขกดันไปทำอาหารให้เจ้าบ้านกิน อาการแบบนี้หาได้ในเฉพาะคนไทยเท่านั้น :))
Thank you very much Martin and your father for your kindness and your hospitality. We will visit you again for sure!!
บ้านของมาตินปลูกอยู่บนเนื้อที่ราวๆ เกือบหนึ่งไร ด้านหลังของบ้านเป็นเนื้อที่สำหรับปลูกต้นไม้และผลไม้บางอย่าง มีสตรอแบรี่ เชอรี่ แอพพริคอต เป็นต้น ตอนไปถึง สตรอแบรี่กำลังสุกงอมเยอะมาก เรียกว่ากินได้จากต้นสดๆ กันเลย กินจนจุก เจ้าบ้านเก็บเอามาทำแยมและทำเป็นซอสเก็บไว้กินช่วงหน้าหนาวด้วย
พักอยู่บ้านมาตินสี่คืน มาตินพาไปเที่ยวรอบๆเมืองสนอยโม มีสถานที่ให้คนมาพักผ่อนหย่อนใจเยอะ มีปราสาทสวยๆหลายที่ แต่ได้ไปเยี่ยมชมสองสามที่ สนอยโมเป็นเมืองผ่านที่สำคัญในสมัยก่อน เพราะการที่จะไปปราก หรือจากปรากไปเวียนนา ต้องผ่านเมืองนี้ จึงนับว่าเมืองนี้มีความสำคัญในทางการเมืองและเศรษฐกิจอยู่ไม่น้อยเลย
เส้นทางระหว่างเมืองต่อเมือง เราจะเห็นต้นเชอรี่ขึ้นเต็มไปหมด นักท่องเที่ยวสามารถจอดรถเด็ดเชอรี่กินได้ตามสบาย พวกขี่จักรยานก็จอดจักรยานพักเหนื่อยเด็ดเชอรี่กินแก้กระหาย มาตินเล่าว่า สมัยก่อนโน้น กษัตริย์ได้มีดำริให้ปลูกผลไม้ข้างทางไว้ เพื่อที่ว่าประชาชนของท่าน จะได้ไม่อดอยากในช่วงเดินทางจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง สมัยก่อน เดินทางด้วยเท้า ม้า วัว การเดินทางก็ใช้เวลานานกว่าสมัยนี้ แถมไม่มีมินิมาร์ทให้เข้าไปซื้อซาลาเปามากินเสียด้วย ไอเดียกิ๊บเก๋ของกษัติรย์พระองค์นั้นยังคงสืบต่อมาถึงทุกวันนี้ เพราะเชคไม่มีระบอบกษัติรย์เสียแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังส่งเสริมความคิดนี้ต่อๆมา โดยปลูกเชอรี่ทดแทนต้นที่เก่าและตายไปอยู่เสมอ
จากนั้นเราได้ไปแวะเขื่อน วันนั้นอากาศดี แดดแรง ฝรั่งมังค่ามานอนอาบแดด เล่นน้ำ พักผ่อนกันเยอะแยะ บ้างก็นั่งจิบกาแฟ ที่เทอเรซร้านอาหารมองวิว มองผู้คน เชคเป็นประเทศไม่มีเขตติดกับทะเล จึงมีเพียงเขื่อน หรือแม่น้ำที่พอจะหาความสำราญได้
สองคืนสุดท้ายเรากับพี่โจไปเยี่ยมเยือนปราก พี่โจมาบ่อยแต่สำหรับเรามันคือครั้งแรก ปรากเป็นเมืองที่มีตึกรามบ้านช่องที่ถูกบูรณะไว้อย่างดี มีการเพ้นท์ภาพบนกำแพงตึกบางตึกด้วย แสดงให้เห็นถึงความวิจิตรบรรจงของคนสมัยก่อน บวกกับเวลาทีเหลือเฟือ วันที่เราไปโชคไม่ดีนัก ฝนตก ฟ้าครึ่ม ภาพที่ได้จึงเป็นบรรยากาศอีกแบบของเมืองปราก
สำหรับเราการมาเชครีพับบลิคครั้งแรก มีความประทับใจ อาหารการกินถูกปาก ผู้คนก็เป็นมิตร และดูง่ายๆสบายๆ กว่าคนในยุโรปตะวันตก เกือบๆจะคล้ายคนไทยเลยทีเดียว ปรากสำหรับเราเป็นเมืองสวยแต่แค่ครั้งเดียวก็พอแล้ว คราวหน้า ถ้ามีโอากาสก็จะขอไปเที่ยวเมืองอื่นๆในเชคบ้าง
มาตินและคุณพ่อของเขา ต้อนรับพวกเราดีมาก เราได้มีโอกาสทำอาหารไทยให้เขาลองชิม ติดใจกันใหญ่ มาตินก็ประทับใจมากที่พวกเราเป็นแขกแต่ทำตัวไม่เหมือนแขก เพราะว่าแขกดันไปทำอาหารให้เจ้าบ้านกิน อาการแบบนี้หาได้ในเฉพาะคนไทยเท่านั้น :))
Thank you very much Martin and your father for your kindness and your hospitality. We will visit you again for sure!!
Tuesday, April 9, 2013
หนีไปเที่ยวเมืองไทยมา
หนีหนาวที่ี่ฮอลแลนด์ไปเที่ยวเมืองไทยมาค่ะ เยี่ยมแม่เยี่ยมน้องเยี่ยมเพื่อนด้วย เวลาจะกลับก็ไม่อยากจะกลับเลย ถึงอากาศจะร้อน รถจะติดแต่ก็ยังรักเมืองไทยอยู่ดี ดูรูปสวยๆจากเมืองไทยกันดีกว่า
Subscribe to:
Comments (Atom)





